สร้างภาวะผู้นำอย่างพญาลิง

อ.วีย์รฎา กวิณรวีบริรักษ์ 02 Sep 2019 18:57:02
     
remove_red_eye
view
insert_comment
comment


         ภาวะผู้นำมีความสำคัญอันดับแรกในการเป็นหัวหน้าทีม หัวหน้าที่ดีต้องสามารถกระตุ้นทีมงานให้เขาเหล่านั้นดึงศักยภาพตนเองออกมาทำงานให้ประสบผลสำเร็จ โดยหัวหน้าไม่ต้องเข้าไปบงการแทรกแซงการทำงานของทีมงานมากเกินไป ก่อให้เกิดความเกลียดชังบางอารมณ์และความเบื่อหน่ายในบางครั้งของทีมงาน หนึ่งในคุณธรรมของผู้นำนั้น ผู้เขียนขอยกเรื่องความเสียสละ ซึ่งเนื้อความมีความหมายลึกซึ้ง เมื่อท่านได้อ่านแล้วจะนึกถึงความตัวเล็กใจใหญ่ของพญาลิงผู้นี้ เช่นเดียวกับผู้เขียนแน่นอน… 

          ในพระสุตันตปิฎก เรื่อง “ มหากปิชาดก” กล่าวถึงตอนหนึ่งในคุณธรรมหัวหน้าว่า
ในสมัยพระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีได้ตรัสอดีตนิทานมาสธกว่า….
กาลครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญาลิง มีพละกำลังมากเท่าช้าง 5 เชือก มีลิงบริวารประมาณ 80,000 ตัว อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ในที่ไม่ไกลนั้นมีต้นมะม่วงต้นใหญ่ สูงเทียมยอดเขาต้นหนึ่ง อยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา มีผลอร่อย หวานหอมคล้ายผลไม้ทิพย์ มีผลโตเท่าหม้อ ผลมะม่วงส่วนหนึ่งหล่นลงบก อีกส่วนหล่นลงแม่น้ำ 

         เมื่อมะม่วงมีผล พญาลิงจะพาบริวารมาเก็บผลไม้ แต่บังเอิญมีผลมะม่วงสุก เหลืออยู่ลูกหนึ่ง มดแดงไปทำรังครอบมันไว้ จึงรอดพ้นสายตาลิง ผลมะม่วงสุกนั้นหล่นลงไปในน้ำ ลอยไปติดตาข่ายของพระราชาเมืองพาราณสี ที่ทรงขึงไว้เพื่อทรงเล่นน้ำ
พวกทหารที่กู้ตาข่ายขึ้นมาเห็นมะม่วงผลโตขนาดนั้น 

         จึงตรัสถามว่า “ นี่มันผลอะไรกัน” 

         ทหารตอบ “ ไม่ทราบพระเจ้าข้า ” 

         เมื่อนายพรานเข้าเฝ้าและทูลว่าเป็นผลมะม่วง จึงทรงเฉือนผลมะม่วงชิมดู รสชาติของผลมะม่วงสุกนั้นแผ่ซาบซ่านไปทั่วกาย ทำให้พระราชาติดพระทัย จึงตรัสถามที่อยู่ของผลมะม่วง รับสั่งให้ต่อเรือ เสด็จทวนกระแสน้ำขึ้นไปตามที่นายพรานชี้แนะ 

           เมื่อถึงที่รับสั่งให้จอดเรือไว้ที่แม่น้ำ เสวยมะม่วงสุกแล้วเข้าบรรทมที่โคนมะม่วง ตกกลางคืนทหารก่อกองไฟทุกทิศ สับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าเวรยาม 

         เมื่อตกดึก มนุษย์หลับหมดแล้ว พญาลิงพาบริวารไต่กิ่งกินผลมะม่วง พระราชาทรงตื่นจากบรรทม เห็นฝูงลิงจึงปลุกให้ทหารตื่นขึ้น รับสั่งพลแม่นธนูว่า 

        “ พรุ่งนี้เช้า สูเจ้าจงพากันยิงลิงฝูงนี้ อย่าให้มันหนีรอดไปได้สักตัวเดียวนะ” 

         พลธนูรับราชโองการรายล้อมต้นมะม่วง ฝูงลิงเห็นคนถืออาวุธก็พากันกลัวตาย 

         เข้าไปปรึกษาพญาลิง “ สูเจ้าอย่ากลัวไปเลย เราจักหาวิธีช่วยชีวิตเจ้าเอง ” 

        ว่าแล้วพญาลิงก็วิ่งกระโดดจากกิ่งมะม่วงที่ชี้ตรงไปทางแม่น้ำระยะประมาณ 100 คันธนู ลงที่ ต้นไม้ต้นหนึ่งเข้ากับต้นไม้นั้น อีกด้านหนึ่งผูกสะเอวของตน กระโดดกลับไปที่ต้นมะม่วง ปรากฏ เครือหวายถึงพอดีไม่สามารถผูกกับต้นมะม่วงได้ จึงใช้มือทั้งสองยึดกิ่งมะม่วงไว้แน่น ให้สัญญาณแก่บริวาร 

         “ สูเจ้าจงเหยียบหลังเรา หนีไปโดยเร็ว ” 

         ฝูงลิงได้ขอขมาพญาลิงและรีบวิ่งไต่ไปโดยเร็ว สมัยนั้น พระเจ้าเทวทัตเกิดเป็นลิงในฝูงนั้น ได้โอกาสทำร้ายพญาลิงจึงไปเป็นตัวสุดท้าย ขึ้นไปอยู่บนยอดมะม่วงกระโดดลงมาเหยียบพญาลิงอย่างแรงแล้วรีบวิ่งไต่ไป สร้างความเจ็บปวดแก่พญาลิงอย่างมาก 

        พญาลิงบาดเจ็บไม่สามารถจะไปไหนได้จึงยึดกิ่งไม้อยู่อย่างนั้น พระราชาทอดพระเนตรเห็นกิริยาของลิงทั้งหมดแล้วทรงพอพระทัยพญาลิงที่มีเมตรตาต่อบริวาร ไม่คำนึงถึงชีวิตตนเอง จึงรับสั่งให้นำพญาลิงมาทำการรักษา บำรุงด้วยน้ำอ้อย ทาน้ำมันบนหลัง ให้นอนบนที่นอน
ตรัสว่า “ เจ้าลิง เจ้าได้ทอดตัวเป็นสะพานให้ฝูงลิงข้ามไป เจ้าเป็นอะไรกับฝูงลิงและฝูงลิงเป็นอะไรกับเจ้า ” 

       พญาลิงตอบว่า “ มหาราชเจ้า เราเป็นพญาลิงปกครองฝูงลิงทั้งหมด เมื่อพวกเขาตกอยู่ในอันตราย เราจึงต้องนำความสุขมาให้แก่บริวารผู้อยู่ภายใต้การปกครอง ธรรมดากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ ควรแสวงหาความสุขให้แก่รัฐและทวยราษฎร์ทั่วกัน ” 

       เมื่อกล่าวจบก็สิ้นใจตาย… 

        พระราชาตรัสเรียกอำมาตย์มาแล้วมอบให้ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพแก่พญาลิงทำนองเดียวกับถวายพระเพลิงแก่พระราชา …. 

       เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ ผู้นำต้องรู้จักเสียสละความสุขเพื่อบริวารเป็นสำคัญ ” 

        ในปัจจุบัน ไม่ว่าท่านดำรงตำแหน่งใดในบ้านเมือง ในองค์กรที่ปกครอง บริษัท โรงงาน ห้างร้านคุณธรรมสำคัญของผู้นำในการปกครองทีมงานคือการสร้างภาวะผู้นำเกิดขึ้นในใจตนเอง โดยสั่งสมความเสียสละเป็นที่ตั้ง การเสียสละความสุขสบายตนเองแต่เพื่อประโยชน์สุขของมวลรวมโดยทั่วกัน แม้ทำงานในองค์กรขนาดเล็ก ความเสียสละก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการกระทำ คำพูด การแสดงออก การประชุม การปฏิบัติหน้าที่ โดยมิได้หวังผลตอบแทนชิง “ เอาหน้า ” เพื่อหวังคำชื่นชมในปมสีเทาเบื้องหลัง 

           ความเสียสละเหล่านี้ควรสร้างให้พึงมีอยู่เป็น รากแก้ววัฒนธรรมองค์กร แน่นอน!! องค์กรจะไม่เกิดการชิงดีชิงเด่น แต่เกิด “ ความรักที่มั่นคงหนักแน่น” ถ่ายทอดการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ดีงาม รุ่นสู่รุ่นสืบต่อไป.. 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น



รูปโปรไฟล์ :



04 Sep 2019 23:09:12 1.47.34.xxx
ปัจจุบันผู้นำควรนำคุณธรรมข้อนี้มาใช้ครับ